[Tutorial] มาปรับแต่งกล้องให้รูปออกมาดูดีกันดีกว่า

จริงๆแล้ว Windows Phone ในส่วนของโหมดกล้องถ่ายภาพนั้นมีอะไรให้เราปรับแต่งได้มากมายมหาศาล แต่ผมเชื่อว่าหลายคนนิยมโหมด Auto กันซะมากกว่า เนื่องจากไม่อยากวุ่นวาย หรืออาจจะปรับไม่เป็น วันนี้ผมจะพาทัวร์ฟังก์ชั่นในส่วนของกล้อง พร้อมกับ app สำหรับถ่ายภาพที่มีประโยชน์สำหรับเพื่อนๆที่ชอบถ่ายภาพจากกล้องมือถือมาให้ชมกันครับ

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับแต่ละโหมดกับกล้องก่อนนะครับ รายละเอียดตามด้านล่าง

Scenes

โหมดปรับแต่งอันนี้จะเป็นการปรับแต่งกล้องให้พร้อมถ่ายภาพตามสภาพแวดล้อมตอนนั้น เราไม่จำเป็นต้องไปปรับค่าอื่นๆเพิ่ม แค่เลือก scene ตามที่เราต้องการพอ โดยจะมีโหมดย่อยลงไปตามนี้ครับ

- Auto : ปรับให้อัตโนมัติ
- Beach : ถ่ายภาพริมหาด โหมดนี้จะปรับแต่งไม่ให้สีซีด เนื่องจากเราจะทำการถ่ายฟ้าและทะเล
- Candlelight : โหมดนี้เหมาะสำหรับฉากที่ใช้เทียนในการให้แสง อย่างพาแฟนไปนั่งโรแมนติกกลางแสงเทียนอะไรแบบนี้
- Macro : โหมดนี้สำหรับถ่ายภาพระยะใกล้เลนส์แบบโคลสอัป อย่างการถ่ายดอกไม้ระยะใกล้ๆ
- Landscape : ถ้าใครชอบถ่ายภาพ landscape หรือถ้าพูดกันง่ายๆคือถ่ายภาพบรรยากาศวิวสวยๆ มุมกว้างๆ โหมดนี้จะช่วยในเรื่องการโฟกัสที่เท่ากันทั้งรูป
- Night : โหมดสำหรับถ่ายภาพกลางคืน ถ้าปรับโหมดนี้มือต้องนิ่งหรือควรจะมีขาตั้ง
- Portrait : โหมดนี้สำหรับคนที่ต้องการถ่ายภาพคนหรือของที่ต้องการให้คนหรือวัตถุชัด แต่หลังเบลอหน่อย เหมาะสำหรับถ่ายในที่แจ้ง กลางวัน
- Snow: คล้ายกับ Beach
- Sports : ถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหวเร็ว อย่างถ่ายเด็กๆวิ่งเล่น หรือถ่ายนักกีฬา
- Sunset : สำหรับถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึน รวมถึงตก

White Balance

การปรับแต่งโหมดนี้จะมีผลต่อสีและอารมณ์ของภาพ สำหรับการปรับนั้นถ้าเป็นช่วงกลางวันแสงจ้าๆ สามารถเลือกแบบ Auto ได้ หรือถ้าใครไม่ถูกใจสีหรือรู้สึกว่าสีเพี้ยน สามารถเลือกปรับเองได้ครับ มาดูกันต่อว่า White Balance แต่ละอันนั้นให้ภาพออกมาแบบไหนนะครับ

- Auto : ปรับให้เราอัตโนมัติ สำหรับคนที่ไม่อยากวุ่นวายเรื่องปรับแต่ โหมดนี้จะง่ายสุดแต่ปัญหาตอนนี้คือในที่แสงน้อยซอฟแวร์คุมกล้องยังทำงานได้ไม่ดี ถ้ารูปออกมาไม่ได้ดั่งใจ ลองขยับไปปรับโหมดอื่นด้านล่างต่อดูครับ
- Incandescent : หากเราถ่ายภาพในห้องหรือในอาคารที่ใช้หลอดไส้ทังสเตน ปรับโหมดนี้จะช่วยให้ภาพที่ถ่ายออกมาสีใกล้เคียงกับของจริงมากขึ้น
- Fluorescent : สำหรับภาพถ่ายในห้องหรืออาคารที่ใช้หลอดแบบฟลูออเรสเซ็นต์ หลอดแบบนี้จะมีสองสีนะครับ คือสีอมเหลืองกับสีอมฟ้าที่นิยมใช้กันในบ้านเรา ถ้าถ่ายภาพในห้องที่ใช้ไฟแบบนี้ โหมดนี้อาจจะช่วยให้เราได้ภาพที่สีใกล้เคียงจริงขึ้น ถ้าใครสงสัยว่าแสงจากหลอดที่ว่ามาต่างกันยังไงดูรูปด้านล่างเลย

ความแตกต่างกันขออารมณ์สีที่ได้จากหลอดแต่ละชนิด ภาพจาก Wikipedia

– Daylight : เรียกโหมดนี้ง่ายๆว่า โหมดปกติ นั่นคือการปรับทุกอย่างจะกลางๆ จะถ่ายในอาคารก็ได้ นอกอาคารก็ดี
– Cloudy : คล้ายๆ daylight แต่สีจะออกอุ่นกว่าหน่อยนึง(ออกโทนอมเหลืองมากขึ้น) เหมาะสำหรับถ่ายในวันที่เมฆเยอะ หรือไม่ค่อยมีแดด แต่สามารถนำมาใช้ในการถายภาพในอาคารได้ด้วยในบางครั้ง
– Shade : ภาพที่ถ่ายจากโหมดนี้จะออกเย็น(อมฟ้า) แทนที่จะอุ่น(อมเหลือง) แบบ Cloudy โหมดนี้นิยมใช้ตอนที่ฟ้าค่อนข้างจะมีเมฆหนามากๆและฟ้าครี้ม

ความแตกต่างของอุณภูมิสีของแต่ละ White Balance โดยคร่าวๆ จากรูปนี้ รูปจาก Incandescent สีใกล้เคียงจริงสุด

Exposure Value (EV)

ค่านี้ถ้าจะให้อธิบายจริงๆมันซับซ้อนมากครับ เอาเป็นว่าอธิบายง่ายๆ การปรับค่า EV ขึ้นลงจะมีผลต่อความสว่างของรูป กรณีที่เราถ่ายแล้วมืดไป หรือถ่ายย้อนแสง แต่การปรับค่า EV สูงขึ้นจะทำให้ shutter ช้าลง ถ้ามือไม่นิ่งภาพจะสั่นครับ

ISO

ISO คิดว่าหลายคนน่าจะคุ้นเคยกับคำนี้มาไม่มากก็น้อย ค่านี้เป็นค่าการวัดความไวของแสงครับ แล้วค่าเหล่านี้ต่างกันยังไง เอาเป็นว่าผมไม่ลงลึกแล้วกันนะครับ เดี๋ยวจะงง ค่า ISO ใน Lumia จะมีให้ปรับตั้งแต่ 100-800 การปรับค่า ISO นั้นจะช่วยในเรื่องความเร็วในการจับภาพนั้นๆครับ แต่ว่าไม่ใช่ว่าเราจะปรับสูงสุดไว้แล้วมันจะไวมากๆ อันนี้ขึ้นอยู่กับแสง ณ ตอนนั้นด้วยครับ และการปรับค่า ISO สูงจะมีผลทำให้เกิด Noise หรือว่าเม็ดแดงๆจุดๆบนภาพเรา ทำให้คุณภาพภาพไม่ดี หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วแบบนี้ ISO สูงๆมีไว้ทำไม ISO สูงๆจะช่วยให้เราถ่ายภาพได้ไวขึ้นในที่แสงน้อยๆ ยกตัวอย่าง ถ้าข้างนอกแดดแรงๆดีๆการใช้ ISO ต่ำสุดที่ 100 จะช่วยทำให้คุณภาพดีที่สุด เนื่องจากแดดแรง ที่ ISO 100 ชัตเตอร์กล้องก็จะยังเร็วอยู่ แต่ถ้าในที่มืดหน่อยอย่างในอาคารที่แสงน้อยๆ อาจจะต้องใช้ ISO สูงขึ้น อย่าง 400 เป็นต้น แต่สำหรับ Lumia ถ้าอยากได้คุณภาพภาพดีๆไม่ควรปรับ ISO เกิน 400 ครับ และไม่ควรตั้งไว้ที่ Auto ลองปรับตามที่เราใช้งานดูนะครับ

Metering Mode

ตรงนี้เป็นการปรับค่าการวัดแสงของเซ็นเซอร์ โดยมี 3 แบบ

- Center Weighted : วัดแสงเฉลี่ย แต่หนักตรงกลางภาพ
- Frame Average : วัดเฉลี่ยทั้งภาพ
- Center Spot : วัดเฉพาะจุด

ตรงนี้ผมแนะนำให้ปรับ Frame Average ไว้ครับ

Effect

เพิ่มเอฟเฟคให้ภาพมีให้เลือกหลายแบบตามนี้ครับ

– Normal : แบบปกติ ไม่ใส่เอฟเฟค
– Black & White : ทำภาพเป็นขาวดำ
– Sepia : ทำภาพเป็นสีโทนซีเปีย
– Negative : ทำภาพเป็นแบบ Negative
– Solarize : ทำภาพเอฟเฟคแบบ solarize

ไม่แนะนำให้ปรับอะไรครับตรงนี้ พวกเอฟเฟคพวกนี้เอามาแต่งทีหลังเอาได้

Contrast

ค่าความต่างระหว่างจุดมืดสุดกับจุดสว่างสุด ตรงนี้ไม่แนะนำให้ปรับนะครับ ให้ใช้ Normal ไปแล้วค่อยไปแก้เอาใน app ทีหลัง

Saturation

ค่าความอิ่มของสี ผมเรียกมันว่าการเพิ่มความแป้นของสี ถ้ายิ่งสูงแสงจะสีแป้นแสบตามาก แต่ผมไม่แนะนำให้ปรับนะครับ ถ้าไม่คิดจะถ่ายเล่นๆจริงๆ ไปใช้ app แต่งเอาดีกว่า

Focus Mode

การเลิอกรูปแบบการโฟกัสครับ ตรงนี้มีสองโหมด คือแบบปกติคือโฟกัสระยะปกติถึงไกลสุด กับระยะใกล้มากๆ (Macro) สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพระยะใกล้แนะนำให้ปรับ Macro ไว้ครับ โดยเฉพาะคนนิยมถ่ายภาพของกิน :D

Resolution

ความละเอียดของภาพ มีให้ปรับตั้งแต่ 2MP ถึง 8MP รวมถึงค่า ratio แบบ 4:3 หรือ 16:9 เลขยิ่งมาก ภาพยิ่งละเอียด ผมไม่แนะนำถ่ายแบบ 16:9 นะครับ ถ้าจะเลือกเลือกแบบ 4:3 ดีกว่า

Flicker Reduction

ตั้งค่าให้เข้ากับการกระพริบของหลอดไฟฟลูออเรสเซ็นต์ โดยจะมีให้ปรับ 2 ค่าคือ 50Hz และ 60Hz บ้านเรา cycle อยุ่ที่ 50Hz

นอกนั้นจะมีให้ปรับแฟลช ซึ่งผมแนะนำให้ปิดไว้นะครับ เว้นแต่อยากใช้แฟลชจริงๆ

ทีนี้มาพูดถึงการปรับแต่งกันบ้างนะครับว่าควรปรับยังไงบ้าง อย่างแรกเลยคือ ISO ผมแนะนำให้ปรับไม่เกิน 400 ครับ ถ้าคิดว่ามือนึ่งปรับไว้ 200 กำลังดี ถ้าเราเป็นคนชอบถ่ายรูปกลางวันนอกตึกเยอะๆ ให้ปรับ White Balance แบบ Daylight ไว้ หรือไม่ก็ Auto ถ้าแดดแรง แต่ถ้าเน้นถ่ายรูปในตึกบ่อยๆ อย่างไปนั่งร้านกาแฟ แอบถ่ายสาว หรือของกิน ปรับแบบ Fluorescent หรือ Incandescent ดูครับ ดูว่าหลอดเราสีแบบไหน อีกอันที่ควรปรับคือ Focus แนะนำให้เลือก Macro สำหรับคนที่ถ่ายภาพแบบระยะใกล้เยอะ ค่าอื่นไม่ต้องยุ่งครับ เว้นแต่ว่าถ้าเกิดรูปเราคิดว่ามืดเกินไป ให้ปรับ EV เพิ่มเอาแทน ถ้าเจอค่าที่เราใช้บ่อยๆแล้ว ให้ทำการเลือก Save Setting เก็บไว้ครับ เวลาเปิดกล้องมาอีกรอบจะได้ไม่ต้องคอยเซ็ต

Tips : สำหรับคนที่ชอบเลือกจุดโฟกัสก่อนจะถ่ายไม่สามารถทำได้จากซอฟแวร์กล้องตอนนี้นะครับ เพราะเวลาเราเลือกจุดโฟกัสบนจอกล้องจะทำการถ่ายทันที แต่สามารถดาวโหลด app ชื่อ Fhotoroom แล้วทำการ Pin ปุ่ม shortcut Camera Pro ไว้ที่หน้า home ได้ครับ app ตัวนี้สามารถเลือกเทสโฟกัสก่อนจะถ่ายได้ รองรับการตั้งเวลาถ่ายภาพได้ด้วยครับ

สุดท้ายมาดูรูปที่ผมลองเทสถ่ายกับ Windows Phone แบบปรับค่าเอง กันดูนะครับ

ภาพริมหาด Long Beach, NY ถ่ายด้วย Auto White Balance

Auto White Balance + ISO 100

Times Square New York เนื่องจากป้ายไฟค่อนข้างเยอะ ผมเลยถ่ายด้วย Incandescent White Balance แล้วผลออกมาใกล้เคียงจริงมากกว่า Auto + ISO 200 เพื่อเพิ่มความเร็วชัตเตอร์แต่ไม่อยากได้ Noise ถ้าใครอยากให้สว่างรูปนี้ไป + EV เพิ่มเอาได้ครับ แต่แนะนำให้ไปใช้ app แต่งเอาดีกว่า

รูปนี้ผมลองเพิ่ม EV +1.0 ดู พบว่าภาพสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อันนี้ลอง EV +0.5

ดูจากสีป้ายไฟและรอบๆแล้วผมค่อนข้างโอเคกับสีที่ออกมาพอสมควรเลยครับ

เป็นยังไงครับ หวังว่าบทความนี้จะเป็นแนวทางให้ได้เอาไปปรับใช้กันในการถ่ายรูปไม่มากก็น้อยนะครับ ผมเองไม่ใช่โปรด้านถ่ายภาพ แต่ก็พอมีความรู้บ้างนิดหน่อย เลยเอามาแบ่งปันให้ได้ไปปรับเล่นกัน เพราะ Windows Phone นั้นถือว่ามีอะไรให้ปรับเล่นค่อนข้างเยอะเลยล่ะครับ โดยเฉพาะ Windows Phone รุ่นหลังๆ อย่าง Nokia Lumia, HTC TITAN, Samsung Focus S,Flash ตรงนี้น่าจะช่วยแก้ปัญหา white balance ของหลายๆคนได้ระดับนึงเลยครับ แต่ถ้าออกมาแล้วยังไม่ถูกใจ สงสัยงานนี้ต้องหา app แต่งรูปดีๆมาใช้แล้วล่ะครับ ซึ่งส่วนตัวผมแนะนำ Thumba Photo Editor ครับ

หมายเหตุ :เนื่องจากว่าซอฟแวร์กล้องอ้างอิงจาก Nokia Lumia 900 มือถือค่ายอื่นอาจจะไม่มีบางฟังก์ชั่นหรือบางเมนูนะครับ

avatar

entanianick

Site admin and Xbox, Windows, Windows Phone, Zune Media Player user. I've been using Microsoft products and Microsoft mobile platform since PocketPC.

More Posts - Website - Twitter

You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed.

  • Apichit

    ขอบคุณมากครับ มีประโยชน์มากเลย

  • http://www.facebook.com/goldenflowerdoks Golden Doks Flower

    ขอบคุณค่ะ ทีนี้ก็ปรับถูกซะที lol
    ว่าแต่หนุ่มในรูปที่สามเซ็ทสุดท้ายนี่หล่อจังเบยยยย <3