Review(รีวิว): Nokia Lumia 900 ฉบับภาษาไทย

สิ้นสุดการรอคอยกันสักทีนะครับสำหรับมือถือตลาดบนอย่าง Nokia Lumia 900 ที่เรียกได้ว่าอัดกันมาครบเลยทั้งกล้องหน้า จอใหญ่ ดีไซด์สวย เป็นการเพิ่มตัวเลือกที่น่าสนใจอันนึงเข้ามาในตลาด Lumia รวมถึงตลาด Windows Phone และตลาดมือถือโดยรวมอีกด้วย สีที่ออกมาจำหน่ายตอนนี้มี 3 สีคือ ดำ ฟ้า และขาว ลองมาดูกันครับว่าเจ้า Lumia 900 จะคว้าเงินในกระเป๋าเราไปได้หรือเปล่า
ฮาร์ดแวร์

สำหรับสเปคคร่าวๆของ Lumia 900 มีดังนี้ครับ
- CPU Snapdragon 2nd Gen single core ที่ความเร็ว 1.4GHz
- หน้าจอ AMOLED ClearBlack ขนาด 4.3 นิ้วที่ความละเอียด 800 x 480 pixels
- กระจกกันจอโดย Corning Gorilla Glass กันรอยขีดข่วน แบบเดียวกับ Lumia 800 และ 710
- แรม 512MB
- ความจุ 16GB ไม่สามารถเพิ่มขนาดความจุเองได้
- กล้องหลัง 8 ล้าน f/2.2(ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดี) 28mm(ให้ภาพมุมกว้างกว่ากล้องค่ายอื่น) ใช้เลนส์ Carl Zeiss พร้อม LED แฟลช กล้องหน้าขนาด 1.3ล้าน ถ่ายวีดีโอได้สูงสุดที่ความละเอียด 720p
- รองรับ 4G LTE ในบางประเทศ (ไม่รองรับ 4G ในไทยเพราะยังไม่มี)
- WiFi/Bluetooth 2.1 +EDR
- แบตเตอร์รี่ขนาด 1830 mAh
หน้าจอ
จอบน Lumia 900 นั้นเป็นจอแบบ AMOLED ClearBlack โดยจากชื่อนั้นเหมือนกับ Lumia 800 แต่ที่ต่างกันเลยคือ Lumia 800 ใช้จอแบบ Pentile ทำให้เวลาเรามองใกล้ๆจะเหมือนมองไปบนผ้าที่จะเห็นลายผ้าบนตัวหนังสืออีกที แต่ถ้าไม่จ้องก็จะไม่ค่อยเห็นความต่างครับ แต่ถ้าคนไม่ชอบจอแบบ pentile Lumia 900 ดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีมากแบบไม่ต้องสงสัย แนะนำให้เพื่อนๆไปลองสัมผัสด้วยตาก่อนดีกว่าครับ
จุดขายอีกอันที่ Lumia 900 ทำได้ดีกว่ารุ่นอื่นๆนั่นคือการใช้งานในที่แสงจ้า อย่างเช่นนอกสถานที่ ที่ Lumia 900 ทำได้ดีค่อนข้างมากเลยทีเดียวครับ โดยเมื่อเราเปิดความสว่างสูงสุดแม้ว่าแสงข้างนอกจะค่อนข้างจ้า แต่เราก็สามารถที่จะใช้โทรศัพท์ได้อย่างไม่มีปัญหา ดูตัวอย่างได้จากรูปด้านล่างที่ผมเอาออกไปเทสนอกสถานที่ในวันที่ฟ้าเปิด และแสงจัดจ้านมากๆ ใครใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆหายห่วง
การแสดงผลวีดีโอทำได้จัดจ้านมากๆ จอ AMOLED ทำให้สีนั้นทำออกมาได้สดฉูดฉาดสะดุดตาจริงๆครับ รูปภาพไม่ต้องพูดถึง สีสวยบาดใจหลายๆคนแน่นอนครับ
“การใช้งานกลางแจ้งทำได้ดีเกินคาดจริงๆ”
ประสิทธิภาพตัวเครื่อง
ส่วนของการเทสกราฟฟิค 3 มิตินั้นทำได้ดีเท่าๆกับ Lumia 800 และ 710 เรียกได้ว่ามองแทบไม่ออกว่าต่างกันยังไง แต่ดูเหมือนว่า Lumia 900 จะได้เปรียบที่หน้าจอใหญ่ ทำให้เกมที่จำเป็นต้องใช้ virtual controller หรือปุ่มจำลองที่เราต้องกดบนหน้าจอนั้นทำได้ง่ายกว่ามาก อย่างเกม PES 2012 (Winning Eleven 2012) ที่ทำให้การบังคับง่ายขึ้นเยอะ ดูตัวอย่างวีดีโอด้านล่างที่ผมทดสอบดูนะครับ
สำหรับคนที่ห่วงเรื่องความดังของลำโพงนั้นหายห่วงครับ เนื่องจากว่าเจ้าลำโพงของ Lumia 900 นั้นเรียกได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดังใช้ได้เลยทีเดียว อาจจะดังสู้ลำโพงของ HTC ไม่ได้แต่ว่าก็ไม่ได้เบาไปจนไม่ได้ยิน ข้อดีอย่างนึงเนื่องจากว่าลำโพงอยู่ตรงสันใต้เครื่อง เวลาวางเครื่องนอนทำให้เราได้ยินเสียงใช้เจนกว่าลำโพงด้านหลัง โดยเฉพาะเวลาวางราบไว้กับโต๊ะ
กล้อง
Lumia 900 และ Lumia 800 นั้นใช้เลนส์สเปคเดียวกันเด๊ะๆครับ นั่นคือเลนส์ Carl Zeiss ความละเอียด 8 ล้าน รูรับแสงที่ 2.2 ทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยทำได้ดี และชัทเตอร์ค่อนข้างไว รวมถึงเลนส์ระยะ 28mm ที่ทำให้ภาพที่ถ่ายมานั้นกว้างมาก เหมาะสำหรับคนชอบถ่าย landscape จริงๆครับ มันกว้างได้ใจดีจริงๆ การถ่ายวีดีโอยังคงจำกัดที่ความละเอียด 720p 30 เฟรมต่อวินาทีอยู่เหมือนกับ Windows Phone รุ่นก่อนๆ ตรงนี้เป็นข้อจำกัดในส่วนของตัวระบบปฎิบัติการเองในตอนนี้ ใน Lumia 900 ผลที่ได้จากการถ่ายวีดีโอออกมาเหมือนกับ Lumia 800 ภาพที่ได้ค่อนข้างชัด การดูดเสียงและจัดเสียงลมทำได้ค่อนข้างดี และการจัดการการสั่นถือว่าทำได้ใช้ได้เลยทีเดียวครับ
สำหรับภาพถ่ายกลางแจ้งแสงเยอะๆ Lumia 900 ทำออกมาได้ดีมากครับ สีสวยคมชัดมากๆ ชัทเตอร์ก็เร็วปรี๊ด แต่กล้องหน้าเนี่ยอย่าไปหวังอะไรมาก ภาพที่ออกมาพอไปวัดไปวาได้ เอาไว้ถ่ายขำๆพอ
ปัญหาที่ผมเจอกับกล้องของ Lumia 900 นั่นคือ noise เวลาถ่ายในที่แสงน้อยมากๆนั้น(อารมณ์ประมาณในผับ)เยอะมากจนบางทีภาพใช้ไม่ได้เลย แต่อันนี้ใน iPhone ก็มีปัญหาเช่นกันครับ เพราะว่าแสงน้อยขนาดนั้นถ้าไม่ใช่กล้อง DSLR ที่สามารถดัน ISO ได้สูงๆแต่ noise น้อยๆคงต้องพึ่งพาแฟลชกันแทน สาเหตุเนื่องจากในโหมด auto นั้น Lumia 900 จะเลือก ISO สูงสุดที่มือถือรองรับเพื่อให้ภาพที่ออกมาไม่สั่น วิธีแก้ทำได้ง่ายๆสำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพกลางคืนแสงน้อย โดยการปรับ ISO ไปที่ 400 จะช่วยได้เยอะในเรื่อง noise แต่ว่ามือต้องนิ่งนิดนึงครับ อีกปัญหาที่หลายคนอาจจะหงุดหงิดคือ white balance ในที่แสงน้อยที่ software ควบคุมกล้องทำได้ไม่ค่อยดีนัก จากการทำสอบไม่ใช่เพราะประสิทธิภาพของเลนส์ เนื่องจากเมื่อผมทำการปรับแต่งแบบ manual ในส่วนของ white balance สีที่ออกมานั้นดีกว่า โหมด auto ค่อนข้างเยอะเลย แต่ผมถือว่าตรงนี้เป็นข้อเสียอันนึงเพราะว่าผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่มีความรู้ในการปรับแต่งกล้องอาจจะผิดหวังได้โดยเฉพาะคนที่้ย้ายมาจาก iPhone 4/4S
แบตเตอร์รี่
แบตเตอร์รี่ขนาด 1830 mAh ที่ให้มากับเครื่องนั้นเพียงพอต่อการใช้งานทั้งวันอย่างไม่ต้องสงสัย เนื่องจากในพื้นที่ที่ผมอยู่ยังไม่มีสัญญาณ 4G LTE ของ AT&T มีแค่ของ Verizon เลยทำให้ผมไม่สามารถทดสอบการใช้งานตอนเปิด 4G ได้ แต่ยังไงบ้านเราก็คงไม่มีผลอยู่ดีล่ะมั้งครับ
เลยมาว่ากันที่ 3G แทน การใช้งานด้วยการเปิด 3G sync email 1 email แบบตั้งให้ sync ตลอดเวลา เปิด Live Tiles , Facebook เล่นเกมนิดหน่อย ฟังเพลง ถ่ายรูป โดยผมเน้นหนักไปทางถ่ายภาพ, แต่งภาพ และอัปโหลดเฟซบุคเป็นหลัก , เปิดวีดีโอดูจาก app ข่าวอย่าง CNN ปรากฎว่าผมสามารถผ่าน 2 วัน ไปได้แบบสบายๆโดยแบตเหลือประมาณ 15% ก่อนที่จะชาร์จใหม่
ซอฟแวร์
Nokia Drive นั้นเป็น app GPS นำทางแบบเต็มรูปแบบโดย Nokia ได้ทำการอัปเดทเป็นเวอร์ชั่น 2.0 ทำให้รองรับการใช้งานแบบ offline(ไม่จำเป็นต้องต่ออินเตอร์เนท) ได้ เราสามารถดาวโหลดแผนที่มาเก็บไว้ในเครื่องและนำไปใช้งานได้แม้ว่าจะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ก็ตาม ถ้าเทียบกับ app GPS ค่ายอื่นแล้ว ต้องบอกเลยว่า Nokia Drive ได้เปรียบกว่าตรงที่ฟรี และการออกแบบอินเตอร์เฟสทำได้ดีและดูง่ายมากๆ
สำหรับใครที่อยากดูรีวิว OS เต็มๆตามไปดูได้ที่ รีวิว Nokia Lumia 800 ได้เลยครับ
สำหรับ Nokia Drive นั้นสามารถใช้บน Nokia Lumia 900 ได้เช่นเดียวกับบนรุ่นอื่นๆอย่าง Lumia 800, Lumia 710 และ ณ ตอนนี้ Nokia อัปเดทซอฟแวร์ให้ใช้งานแบบ offline ได้แล้วด้วย สามารถดู รีวิว Nokia Drive ได้ที่นี่เลยครับ
สรุป
ผมในฐานะคนที่ผ่านการใช้งาน Windows Phone มาหลากหลายรุ่น ตั้งแต่ Samsung Focus, HTC Trophy, Nokia Lumia 710, Lumia 800 และมาถึง Lumia 900 ต้องบอกเลยว่าการขยับมาใช้ 900 เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่พอสมควร เนื่องจากผมไม่เคยได้สำผัสมือถือจอใหญ่กว่า 3.8 นิ้วมาก่อน พอมาเจอ 4.3 นิ้วอะไรๆมันก็ใหญ่เต็มตาไปหมดโดยเฉพาะการดูรูปกับวีดีโอ และจาการได้สัมผัสหน้าจอมือถือ Windows Phone หลายๆรุ่น อย่าง Samsung Focus S กับจอ Super AMOLED รวมถึง HTC TITAN ตัวแรกที่จอทำออกมาได้ดีเกินคาดแล้ว ผมต้องยอมให้กับจอของ Lumia 900 ในแง่ของการแสดงสีดำที่ดำสนิทแบบสุดๆไปเลย รวมถึงความคมชัดของตัวหนังสือที่คมขึ้นกว่าจอ AMOLED แบบ pentile ใน Lumia 800
ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพหลักๆจะไม่ต่างจาก Lumia 800 มากนัก และข้อเสียเล็กๆจากซอฟแวร์ที่ควบคุมกล้อง แต่สำหรับคนที่มองหามือถือจอใหญ่ และกล้องหน้าถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆเลยทีเดียวครับ เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้มาในราคาขนาดนี้

































