Review (รีวิว) : Nokia Lumia 800 ฉบับภาษาไทย

ถ้าพูดถึง Windows Phoneแล้วนั้นถ้าในช่วงปีที่แล้วคนคงนึกถึงกันแต่ HTC แต่ว่าถ้าว่ากันด้วยปี 2555 นั้นคงหนีไม่พ้น Nokia แน่นอนครับ หลังจากที่ Nokia กับ Microsoft ร่วมมือกันช่วงกลางๆปีก่อนมีกระแสตอบรับมากมายทั้งดีและไม่ดี วันนี้เป็นเวลา 3 เดือนแล้วหลังจากที่ Nokia Lumia 800 ออกมาโลดแล่นให้ชาวโลกได้สัมผัสกันในหลายประเทศ และคาดว่าน่าจะเข้ามาบ้านเราในอีกไม่นาน วันนี้ผมเลยถือโอกาสจับมารีวิวให้ได้ชมกัน เผื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจของเพื่อนๆครับ
ฮาร์ดแวร์
นอกจากหน้าตาดีแล้ว ยังเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอย่างสเปคที่เพรียบพร้อมน่าไปสู่ขอ มาลองดูกันครับว่าจะสมราคาค่าสินสอดหรือเปล่า
- CPU Snapdragon 2nd Gen 1.4GHz single core
- แรม 512 MB
- หน้าจอขนาด 3.7 นิ้ว ความละเอียด 800 x 480 pixel จอแบบ AMOLED
- ความจุ 16GB
- กล้องหลัง 8 ล้าน เลนส์ Carl Zeiss f2.2 พร้อม LED แฟลช
- แบตเตอร์รี่ขนาด 1450 mAh
หน้าจอ
ถ้าว่ากันในตลาดมือถือ จอจาก Nokia นั้นเรียกได้ว่าไม่แพ้ Samsung หรือ Retina ของ Apple เท่าไหร่ในเรื่องการแสดงสี และสีดำที่ดำสนิท และจอ AMOLED บน Lumia 800 นั้นต้องบอกเลยครับว่ามันดำสนิทจริงๆ ดำถึงขนาดว่าผมมองแยกไม่ออกเลยระหว่างขอบจอกับตัวพื้นที่หน้าจอจริงๆ ยิ่งเมื่อเอามาเทียบกับ HTC Trophy ที่ผมใช้อยู่นี่เห็นความต่างชัดเจนมากครับ จะเห็นได้ว่าเจ้า HTC ผมซึ่งใช้ LCD ธรรมดาๆนั้นมีแสงสีขาวลอดออกมาทำให้พื้นหลังสีดำนั้นซีดไปเลย แถมเวลามองในหลายๆมุมสีก็ไม่เพี้ยนด้วย ตอนนี้นั้นผมถูกใจจอ AMOLED ของเจ้า Lumia 800 อย่างมาก แต่สิ่งนึงที่ผมสังเกตเห็นคือความคมชัดของตัวหนังสือ ดูเหมือนว่าจอ LCD ของ HTC จะคมกว่าครับ แต่เพราะว่าเทคโนโลยีของจอ AMOLED เป็นแบบนี้ สังเกตได้จาก Samsung ก็จะเห็นตรงจุดนี้ชัดเช่นกัน แต่ถ้าไม่ได้มานั่งเพ่งผมว่ามองแทบไม่ออก
นอกจากนั้นการแสดงภาพในที่แสงจ้าอย่างนอกตึกนั้น Lumia 800 ทำออกมาได้น่าพอใจทีเดียวครับ เมื่อเทียบกับเจ้า HTC Trophy ผม
“จอ AMOLED แบบดำสนิทนี่มันสุดยอดดีจริงๆ”
ประสิทธิภาพตัวเครื่อง
กล้อง
Nokia Lumia 800 นั้นมีจุดขายอยู่ที่กล้องที่ใช้เลนส์ Carl Zeiss ที่มีรูรับแสง 2.2 ทำให้สามารถถ่ายภาพได้ในที่แสงน้อยได้ดี ชัทเตอร์จะค่อนข้างไวและภาพจะไม่เบลอ สีที่ออกมานั้นถือว่าใกล้เคียงกับของจริงพอสมควรครับ เมื่อเทียบกับกล้องของ HTC Trophy ผมคุณภาพที่ได้นั้นคนละเรื่องกันเลย ภาพจาก HTC จะออกฟุ้งๆเหลืองๆ สีจะเพี้ยนค่อนข้างเยอะ แต่ของ Nokia สีจะดูเป็นธรรมชาติกว่ามาก
ในส่วนของการปรับแต่งกล้องและฟังก์ชั่นของกล้อง Nokia Lumia 800 มีให้ปรับค่อนข้างเยอะ อย่าง touch to focus ที่หลายๆรุ่นทำไม่ได้ การปรับ contrast ,ISO และอื่นๆอีกมากมาย แต่ที่น่าผิดหวังคือไม่สามารถถ่ายภาพแบบพาโนราม่าได้เหมือนกับของ HTC Titan หรือ Radar
ส่วนของการถ่ายวีดีโอนั้นความละเอียดสูงสุดที่ถ่ายได้คือ 720p ที่ 30 เฟรมต่อวินาที คุณภาพวีดีโอค่อนข้างดีครับ และภาพที่ได้นิ่งกว่าของ HTC เยอะ เนื่องจาก Lumia 800 มีระบบกันสั่นมาให้ในตัว และไมโครโฟนตัดเสียงลมได้ค่อนข้างดี
แบตเตอร์รี่
สำหรับแบตนั้นหลังจากที่ลองใช้งานมาต้องยอมรับว่าแบตของโนเกียนั้นถือว่าอยู่ได้ค่อนข้างนานเลยทีเดียวครับ จากการใช้งานที่ผมทดลองคือใช้โทรผ่าน VoIP เล่นเกม, อ่านข่าวผ่าน app, ถ่ายรูป,เล่นเฟซบุค, sync email 1 แอ็คเคาท์, เปิดเพลงฟังโดยการสตรีมผ่าน Zune แบบเปิดออกลำโพงเครื่อง ประมาณครึ่งชั่วโมง และแชทผ่าน Windows Live แบตผ่านมา 21 ชั่วโมงเหลืออยู่ 46% ถือว่าค่อนข้างน่าพอใจครับ อันนี้ตั้งความสว่างจอสูงสุดด้วย
ซอฟแวร์
สำหรับซอฟแวร์ Lumia 800 ใช้ระบบปฎิบัติการ Windows Phone 7.5 ซึ่ง Microsoft นั้นทำออกมาเพื่อเน้นการใช้งานที่ง่าย ไม่ซับซ้อน แต่เต็มไปด้วยฟีเจอร์ฟังก์ชั่นที่ครอบคลุมการใช้งานพื้นฐานแบบแทบไม่ต้องมี app เพิ่มเลยทีเดียว
เนื่องจากว่า Windows Phone 7.5 นั้นมี Facebook, Twitter ,Windows Live รวมกันมาในตัวเครื่องเลยแถมการติดตั้งนั้นก็ง่ายแค่ใส่ชื่อและรหัสระบบจะทำที่เหลือให้เองเลย แล้วก็ยังมี Facebook Chat และ Windows Live Messenger มาให้เลยพร้อมใช้ไม่ต้องมาดาวโหลด app เพิ่มให้วุ่นวาย เพราะฟังก์ชั่นที่เน้นมาด้าน social network ทำให้ Windows Phone นั้นมีจุดเด่นกว่าชาวบ้านตรงที่เข้าถึงและใช้งานง่ายมาก
การอัปโหลดรูป โพสข้อความ อัปโหลดวีดีโอขึ้นเฟซบุ๊คสามารถทำได้แค่ปลายนิ้ว ต้องยกความดีให้กับ Microsoft ที่รวมเฟซบุ๊คเข้ามาเป็นส่วนนึงของระบบปฎิบัติการเลย แถมด้วยมือถือ Windows Phone ทุกรุ่นมีปุ่มถ่ายรูปมาให้ ทำให้เราแค่กดปุ่มถ่ายรูปค้างไว้ก็เข้าสู่โหมดถ่ายรูปได้แม้ว่าหน้าจอเราจะล็อคอยู่ก็ตามครับ และไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะว่าถ้าจะดูรูปในไฟล์เราจำเป็นต้องปลดล็อคก่อน แต่ถ้าแค่ถ่ายเนี่ย กดปุ่มเดียวง่ายๆ จะได้ไม่พลาดนาทีสำคัญ และที่ผมชอบมากๆเลยคือการที่เราสามารถตั้งให้มือถือเราอัปโหลดรูปไปเก็บบน Skydrive ได้เลยอัตโนมัติหลังจากถ่ายแล้ว ทำให้เป็นการป้องกันรูปหายหรือเผลอลบได้ดีเลยครับ
เพราะฉะนั้นคนที่จะย้ายมาจากระบบอื่นน่าจะถูกใจความแปลกใหม่แล้วความแตกต่างจากคู่แข่งที่เห็นได้ชัด ด้วยคอนเซ็ปของ Windows Phone ที่ว่า In and out and get back to life เป็นคอนเซ็ปที่ให้เราอยู่กับโทรศัพท์น้อยลง ใส่ใจคนรอบข้างมากขึ้น ทำให้ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับเราสามารถแสดงที่หน้าแรกของมือถือได้เลยโดยที่เราไม่จำเป็นต้องกดเข้าไปดู อย่างเช่นสภาพอากาศตอนนี้ หรือว่าข่าวล่าสุดตอนนี้มีอะไร เพื่อนอัปเดทอะไรบ้าง เราสามารถที่จะเลือก PIN คนที่ใกล้ตัวเรามาไว้หน้าจอ เพื่อรับการอัปเดทจากคนคนนั้นได้โดยที่ไม่ต้องกดเข้าไปดูเลยด้วย ตรงนี้เรียกกันว่า Live Tile ที่จะคอยให้ข่าวสารกับเราได้สารพัดขึ้นอยู่กับนักพัฒนา app ว่าจะใส่ลูกเล่นอะไรลงไปในจุดนี้ครับ สำหรับใครสนใจทำความรู้จัก Windows Phone ดูวีดีโอด้านบนได้เลยครับ

คนที่เป็นห่วงในเรื่องอ่านไทยพิมพ์ไทยเนี่ยหายห่วงได้เพราะว่า Windows Phone นั้นตัวเครื่องอ่านไทยได้อยู่แล้วอย่างเอกสาร Word, Excel PowerPoint สามารถอ่านภาษาไทยได้สบายๆเลย แถมพวก App ใน Windows Phone อ่านไทยได้หมดครับ แต่ว่าส่วนของ web browser จะต้องเล่นทริคนิดนึงครับ ตามไปอ่านวิธีได้ตามลิงค์นี้ไปเลย วิธีอ่านเวบไทย
สำหรับใครที่ต้องการรีวิวการใช้งานฟีเจอร์และ app พื้นฐานที่ติดมากับเครื่องวินโดวโฟน ขอให้ติดตามได้ที่บทความที่เราจะลงในเร็วๆ นี้ต่อไปนะครับ

มาถึง Software เด่นอีกอันสำหรับ Nokia Windows Phone นั้นคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Nokia Drive นะครับ ซอฟแวร์สำหรับนำทางเรา ไม่ว่าจะขับรถ ปั่นจักรยาน หรือจะเดินก็ได้หมดครับ
สำหรับ Nokia Drive นั้นจะไม่เหมือนกับการใช้ GPS บน Bing Map หรือ Google Map เพราะเราสามารถดาวโหลดแผนที่ตัวเต็มมาเก็บไว้บนเครื่องเราได้ และสามารถนำทางเราได้แม้จะไม่มีสัญญาณอินเตอร์เนท ทำให้สะดวกกว่าแบบที่ต้องคอยต่อเนทตลอดเวลามาก และยังสามารถดาวโหลดเสียงบอกระยะที่ใกล้ถึงที่เลี้ยว บอกทิศทางที่ต้องเลี้ยวได้ด้วย สำหรับแผนที่เราสามารถเลือกได้ว่าจะใช้แบบ 2มิติหรือ 3มิติได้ แบบ 3 มิติตามเมืองใหญ่ๆพวกตึกจะขึ้นมาเป็นรูปทรง 3 มิติเลยล่ะครับ
ถึงแม่ว่าแผนที่จะไม่จำเป็นต้องต่ออินเตอร์เนท แต่ว่าตอนเราหาสถานที่ที่จะไปจำเป็นต้องต่ออินเตอร์เนทอยู่ครับ แต่ทาง Nokia สัญญาไว้ว่าจะปล่อยตัวอัปเดทที่ไม่จำเป็นต้องต่ออินเตอร์เนทมาให้เร็วๆนี้ สำหรับใครที่เดินทางบ่อยๆ แล้วชอบหลง Nokia Drive จะมีประโยชน์มากๆครับ ไม่ต้องพก GPS ติดตัว แถมมีแผนที่ให้ทุกประเทศที่ Nokiaมีศูนย์เลยครับ ไม่เหมือนกับ GPS ที่ขายแยกอย่างพวก Garmin อั้นนั้นแผนที่ต้องซื้อเพิ่มเอาเองแต่ละประเทศ แต่ถ้าจะเทียบความแม่นยำแล้วยังไง GPS แบบแยกต่างหากแม่นกว่า เพราะแผนที่อัปเดทบ่อยกว่าครับ แต่ซอฟแวร์แถมตัวนี้ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
สรุป


























